ข่าว / ประวัติผลิตภัณฑ์

จากแนวคิด NFC ระยะแรก สู่ wristband และ NFC sticker

โพสต์ปี 2563 และ 2564 บันทึกแนวคิด NFC กับ wristband ต่อมา HealthTAG เปลี่ยนมาใช้ NFC sticker เป็นทางเข้า PHR โดย sticker ไม่ได้เก็บเวชระเบียน

โดย HealthTAG

จุดเริ่มต้นจากคำถามเรื่องการเข้าถึง

โพสต์ของ HealthTAG เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 เริ่มจากคำถามว่า บริการสุขภาพดิจิทัลจะเข้าถึงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และคนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างไร ในช่วงที่หลายบริการต้องพึ่งแอป อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน แนวคิดบัตรประจำตัวสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ในเวลานั้นจึงมุ่งให้ผู้ใช้แตะอุปกรณ์ NFC แล้วเปิดหน้าเว็บได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งแอป

โพสต์ดังกล่าวมอง HealthTAG เป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับใช้ในภาวะโรคระบาดและชีวิตประจำวัน โดยตั้งเป้าให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น แนวคิดนี้ต่อมาได้รับการพัฒนาและปรับบทบาทตามสถาปัตยกรรมของระบบ

คำถามที่พบบ่อยในโพสต์ปี 2563

ต้นฉบับอธิบายแนวคิดผ่านคำถามที่พบบ่อย 7 ประเด็น

1. NFC ต่างจาก QR code อย่างไร

โพสต์เปรียบเทียบการแตะ NFC กับการใช้กล้องสแกน QR code โดยชูความสะดวกของการเปิดหน้าเว็บจากอุปกรณ์ที่รองรับ NFC และตั้งข้อสังเกตว่า QR code สามารถถ่ายภาพหรือทำสำเนาได้ง่าย ในระบบปัจจุบัน ทั้ง NFC และ QR code ควรทำหน้าที่เป็นทางเข้าเท่านั้น การเข้าถึงข้อมูลยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนและการตรวจสิทธิ์ของระบบ

2. ต่างจากชิปในบัตรประชาชนอย่างไร

แนวคิด HealthTAG ออกแบบมาให้ใช้กับโทรศัพท์ที่รองรับ NFC ได้โดยไม่ต้องมีเครื่องอ่านบัตรและซอฟต์แวร์เฉพาะ เป้าหมายคือให้ผู้ใช้เปิดบริการบนเว็บได้ด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว

3. ช่วยลดขั้นตอนจากแอปอย่างไร

โพสต์เสนอให้การแตะเปิดหน้าเว็บเป็นอีกทางเลือกหนึ่งจากการดาวน์โหลดแอป และไม่ต้องเปิด Bluetooth หรือ Location ไว้ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปอื่นเมื่อกรณีใช้งานต้องการ

4. ใครดูแลข้อมูล

โพสต์เดิมกล่าวถึงข้อมูลที่สถานพยาบาลหรือหน่วยงานรัฐดูแล และกลไกเข้ารหัสที่ผูกกับอุปกรณ์ แนวทางที่ HealthTAG ใช้ภายหลังระบุหน้าที่ชัดขึ้น: โรงพยาบาลควบคุมเวชระเบียนในระบบของตน NFC sticker ใช้เปิด PHR และระบบตรวจตัวตนกับสิทธิ์ก่อนแสดงข้อมูล ส่วน blockchain บันทึกเหตุการณ์การให้ความยินยอมและการเข้าถึง

5. เมื่ออุปกรณ์สูญหาย

โพสต์เสนอว่าสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถออกอุปกรณ์ทดแทนได้ และอธิบายแนวคิดการเข้ารหัสเพื่อป้องกันการอ่านข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ในรูปแบบ NFC sticker ปัจจุบัน ตัว sticker ไม่มีเวชระเบียนอยู่ภายใน การจัดการอุปกรณ์ที่หายจึงทำควบคู่กับการเพิกถอนหรือเปลี่ยนตัวระบุและการตรวจสิทธิ์ในระบบ

6. NFC ทำงานอย่างไร

NFC ย่อมาจาก Near Field Communication เป็นเทคโนโลยีสื่อสารระยะใกล้ ชิปแบบ passive ใน sticker รับพลังงานจากโทรศัพท์ขณะนำมาแตะ จึงไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือชาร์จไฟ ผู้ใช้ต้องมีโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่รองรับ NFC เพื่อเปิดปลายทางที่กำหนดไว้

7. DID มีบทบาทอย่างไร

โพสต์ปี 2563 เสนอ Decentralized Identifier หรือ DID เพื่อเชื่อมโยงตัวตนกับบริการบนแพลตฟอร์ม แนวคิดสำคัญคือให้ผู้ใช้มีส่วนควบคุมการใช้ตัวตนและข้อมูลของตน ในสถาปัตยกรรม HealthTAG ปัจจุบัน การเชื่อมตัวตน การตรวจสิทธิ์ และการเก็บเวชระเบียนแยกความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน โดยเวชระเบียนอยู่กับโรงพยาบาล

Self-Isolation Tracking Wristband ในปี 2564

วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 HealthTAG เผยแพร่แนวคิด Self-Isolation Tracking Wristband สำหรับสถานการณ์โรคระบาด สายรัดข้อมือถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของระบบติดตามและประมวลผลเพื่อช่วยผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำเบื้องต้นและรับการดูแลผ่านระบบจากเจ้าหน้าที่ โพสต์ยังเชื่อมไปยังวิดีโอสาธิตของโครงการ

แนวคิด wristband ขยายบทบาทจากการแตะเพื่อเข้าถึงหน้าเว็บไปสู่การสนับสนุนกระบวนการดูแลผู้ป่วยระหว่างการกักตัวที่บ้าน จึงเป็นอีกช่วงหนึ่งของการทดลองรูปแบบอุปกรณ์ก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะพัฒนาต่อมา

บทบาทของ NFC sticker ใน PHR

HealthTAG ยืนยันเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ว่ารูปแบบที่ใช้ภายหลังคือ NFC sticker ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเข้า PHR เมื่อแตะ sticker อุปกรณ์ที่รองรับจะเปิดเส้นทางเข้าสู่บริการ จากนั้นระบบดำเนินการยืนยันตัวตนและตรวจสิทธิ์ตามปกติ

NFC sticker ไม่ได้เก็บเวชระเบียน ข้อมูลทางคลินิกยังอยู่ในระบบที่โรงพยาบาลควบคุม การแยก sticker ออกจากที่เก็บข้อมูลช่วยให้ HealthTAG ใช้ความสะดวกของการแตะ NFC ควบคู่กับการจัดการตัวตน สิทธิ์ และข้อมูลในระบบที่รับผิดชอบหน้าที่เหล่านั้นโดยตรง

แหล่งข้อมูล